ปล่อยไปตามหัวใจ : เกาะช้าง(ตราด) แค่เสาร์อาทิตย์ก็เที่ยวได้ ด้วยงบกระจิริด

“กระทู้แรก”
อยากเก็บไว้เป็นเรื่องราวการเดินทาง

เกาะช้าง จังหวัดตราด

26-28 ตุลาคม 2561

วันศุกร์
====
หลังจากเลิกงานก็เบิ่งไปหมอชิตเลยครับ
จองรถ (หมอชิต2-สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดตราด) รอบ 22.00 น. ของ บขส. แนะนำให้จองออนไลน์ก็ดีนะครับ *ค้นหารีวิวการเดินทางซึ่งข้อมูลมีน้อยมาก แว่วมาว่ารถของ บขส. โอเคเลยอยากจะแนะนำเข้าเว็บ บขส.999 จองง่ายมากครับ. ค่ารถคนละ 238+20(ค่าจัดการ)=258 บาท

วันเสาร์
=====
ทว่ากะจะให้ไปถึงตราดตอนเช้ามืด แต่ไฉนรถขับถึงไวเช่นนี้ ขำ ยังไม่ถึงตี 3 รถถึงตราดแล้ว นั่งตบยุงแปะๆ *แต่ไม่ต้องกลัวเหงานะครับ คนลงมากะเราเพียบ รถสองแถวเรียกผู้โดยสารเกรียวกราวเลย สักประมาณตี 4 กว่า ก็จะมีคนเรียกถามว่าไปท่าเรือข้ามไปเกาะช้างไหม ได้ยินแบบนี้ก็วิ่งสิครับรออะไร 555 ไปกับใครอีกหลายคนเลย คนละ 80 บาท จะพาเราไปถึงท่าเรือเซ็นเตอร์พอยท์ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงได้ จึงจะไปถึงจุดพักรอเรือ ซื้อตั๋วเรือไป-กลับ คนละ 150 บาท ถ้าเพิ่มอีก 80 บาท หลังจากขึ้นฝั่งที่เกาะช้างแล้วรถจะพาเราไปที่พักเลย

มีบรรยากาศก่อนข้ามเรือประมาณ ตี 5 เกือบ ตี 6 มาฝากครับ อากาศดีมาก ท้องฟ้าโคตรสวย



ขึ้นเรือเที่ยวแรก 06.00 น. เลย เพราะจองทริปดำน้ำไว้ *เอาให้สุดไปเลยวันเสาร์นี้ 555

หลังจากรถส่งเราที่ที่พัก เราก็ไปฝากกระเป๋าที่ล็อบบี้ รอรถสองแถวมารับไปดำน้ำประมาณ 08.15 น.

เราเลือกพักที่ คลองพร้าวรีสอร์ท บริเวณชายหาดคลองพร้าว ที่พักสวย บรรยากาศดี หาดส่วนตัว พนักงานดูสดใส ที่พักสะอาด อาหารอร่อย ราคาน่าคบหา คือดีอ่ะครับ จบ 555




ห้องพักมีอุปกรณ์ครบครัน วิวดีเห็นสระน้ำและชายหาด ต้นไม้เยอะอาจจะบดบังหาดนิดหน่อยแต่คลาสสิกมาก

จากนั้นลุยไปดำน้ำกันต่อเลย รถสองแถวมารับเราไปที่บ้านบางเบ้า ท่าเทียบเรือไปดำน้ำที่หมู่เกาะรัง ซื้อทริปดำน้ำ 5 เกาะ ใช้บริการของบริษัทช้างทัวร์ คนละ 650 บาท เรือใหญ่ไปแบบชิลๆ เต็มวัน มีเรือคายัคให้พายเล่นด้วย




เขาจะพาเราไปเกาะยักษ์เล็ก เกาะยักษ์ใหญ่ เกาะรัง เกาะมะปริง และหาดอุทยานฯ *หาดอุทยานฯ น้ำใสกิ๊ก มีสไลด์เดอร์ด้วย สวยจริงนะครับ



สไลด์เดอร์ลงมากลายเป็นโกโก้ครั้นช์เลย 555 จริงๆตั้งใจจะถ่ายปะการังให้ดู แต่กล้องไอโฟนใส่ซองกันน้ำแล้วพามันลงไปในน้ำมันภาพบิดเบือนมาก อดเห็นเลย 555



บนเกาะช้างทางมันจะคดเคี้ยวหน่อยๆครับ ไม่หน่อยอ่ะ คดมากเลย 555
*บนเรือมีบุฟเฟ่ต์กลางวันนะครับ พวกข้าวกะเพรา ผัดวุ้นเส้น ฝรั่ง แตงโม บ่ายๆก็มีบาร์บีคิวให้ทานเล่นกับมันเผา



อาหารค่ำ ผมขอฝากท้องไว้ที่คลองพร้าวเลยครับ ที่นี่มีเก้าอี้ริมหาด ได้ฟังเสียงคลื่นซัดสาด แล้วก็มีโชว์ควงไฟด้วยนะครับตอนประมาณ 2 ทุ่ม

อาหารค่ำจัดไปเบาๆ พันกว่าบาทครับ กินทะเลเกือบหมดสมุทร พร้อมกับจิบเบียร์ ฟังเพลงคลอๆ ด้วยครับ 555

สักพักก็ไปเดินเล่นริมหาด ตอนกลางคืน มีไฟสลัวๆ ก็ชิลไปอีกแบบ ก่อนกลับไปนอนหลับสนิท 555


วันอาทิตย์
=======
เช้าแล้วยังอยู่บนที่นอน เงียบๆ… แต่นอนต่อไปไม่ได้แล้วครับ 555 บุฟเฟ่ต์อาหารเช้าต้องกินก่อน 10.00 น. แต่ไม่ได้เก็บภาพอาหารมาฝาก เพราะหิวมาก จำได้ว่ากินไปเกือบทุกอย่าง ของเยอะอยู่นะครับ น่าจะนับร้อยรายการได้ 555 อร่อย บรรยากาศก็ดี กินบนเรือนกลางน้ำ ที่สำคัญพนักงานบริการดี อยากกลับมาที่นี่อีก



แล้วก็ปล่อยไปตามหัวใจ นอนเล่น เดินชมวิว ริมหาดคลองพร้าว ซึมซับบรรยากาศที่หาได้ยากใน กทม. รอเวลาเช็คเอาท์ 12.00 น. ก่อนกลับไปสู้กับงานต่อ และแล้วก็ถึงเวลาและแล้วเธอก็ต้องไป 555 ได้เวลารถสองแถวมารับตอนบ่ายสองกว่า พาเราไปถึงที่ท่าเทียบเรือเซ็นเตอร์พอยท์ตอนบ่ายสามกว่า เรารอเรือเที่ยว 16.00 น. เนื่องจากจองรถกลับ กทม. ไว้ ขึ้นที่ท่าเรือเซ็นเตอร์พอยท์เลย รอบ 16.30 น. แต่ขากลับเราไปลงสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ(เอกมัย) ถึงที่นั่นประมาณสามทุ่มกว่าได้ ราคากลับ 239+20(ค่าจัดการ)=259 บาท

พร้อมเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ

*ทุกการเดินทางมีคุณค่าเสมอ
*ไปเที่ยวกันไหมจะไปก็รีบไป
#pakkajoo

แก้ไขข้อความเมื่อ

ขอบคุณบทความ : Pantip Home