รีวิวเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรก 3 จังหวัด 6 วัน ฤดูใบไม้ร่วง (Autumn) Tokyo – Matsumoto (Kamigochi) – Kawaguchiko

Ohio !!  Japan จ๋าพี่มาแล้ว  ครั้งแรกกับการเที่ยวประเทศญี่ปุ่น สไตล์ backpacker เล็กๆ ทัวร์ 3 เมือง Tokyo – Matsumoto (Kamigochi) – Mt.Fuji (Kawaguchigo) ทริปวิ่งขึ้นรถไฟ++
          สวัสดีชาวพันทิป นักท่องเที่ยวฝึกหัดอย่างเราขอรีวิว!! >< ทริปที่ประทับใจๆ ของเราเอง มีความอยากเล่าต่อกันฟัง ส่งภาพให้เห็นว่าญี่ปุ่นฤดูใบไม้ร่วงมันสวยขนาดไหน และภาพที่ได้อาจจะไม่สวยเท่าฝีมือช่างกล้อง  แต่เพื่อนเราก็ถ่ายออกมาสวยกว่าเรา
ดังนั้น เราจึงขออนุญาติเอาภาพที่เพื่อนเราที่ไปด้วยกันมาให้ชมกัน + การบรรยายของเราเองนะจ๊ะ ^^

        ทริปนี้เกิดขึ้นเพราะตั๋วโปรโมชั่นจากเว็บ Expedia ที่เพื่อนส่งมาให้ดูและจองภายในเวลา  3  วินาที เสร็จ!!  
จากนั้น…ก็เกิดการอุทาน เอ้าาาา มาดู  จองวันผิด ได้ไปเที่ยวก่อนเพื่อนชิวๆ ไปเลย 1 วัน แบบลนๆเครียดๆ โลกแตก (เพราะเป็นการเดินทางต่างประเทศคนเดียวครั้งแรก)
       แต่มันก็แค่ความเครียดของมนุษย์แพนิกของตัวเอง  แต่เมื่อไปจริงๆ แล้ว OMG!! ทุกคนติดต่อง่ายมากและสะดวกสบายเว่อร์ ไปได้แบบไม่หลงแม้ไม่เคยไปญี่ปุ่นเลย
       วันเดินทางของเราคือ 25 – 30 ตุลาคม 2561 ซึ่งเป็นช่วงที่เข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงของญี่ปุ่น  
ก็จะมีพยากรณ์อากาศว่าเมืองไหนใบไม้ร่วงช่วงไหน  อากาศ อุณหภูมิเป็นยังไง  หาได้จาก google เลยจ้า ตรงแน่นอน แผนเปลี่ยนบ้างแต่ไม่เกิน 5% จากที่คาดการณ์ไว้  ชัวร์!!!!!!!
         
      สำหรับแพลนของเราในครั้งนี้ที่เพื่อนบรีพมาให้นั้น เราจะไปเที่ยวชมธรรมชาติต่างจังหวัดของญี่ปุ่นแบบชิวๆ ไม่มีความลำบากใดๆ ทั้งสิ้น หรอ?????? (แพลน มันคือแพลนที่คิดไว้ แต่ความเป็นจริงแล้วนั้น  ไปติดตามกัน++) ด้วยความเป็นคนเอ๋อ 2018 เพื่อนก็จัดแจงอัดความรู้เกือบทุกอย่างให้เราครบถ้วน  เหลือแค่สำผัสและไปตายเอาดาบหน้า ถ้ามีเรื่องผิดแผนอะไรไป น่าสงสารเนาะ TT ก่อนจะเก่งต้องเคยเป็นคนพลาด  แต่ดันพลาดตั้งแต่จองตั๋ว 555
      
         แพลนเริ่มจากบินลงที่สนามบินนาริตะ และเข้า Tokyo นอนพัก  1 คืน แล้วนั่งรถไปไปเที่ยวชมปราสาทอีกาดำที่ Matsumoto แล้วต่อรถบัสไปดื่มด่ำกับธรรมชาติและอากาศบริสุทธิ์ ท้าทายความหนาวที่อุทยาน Kamigochi หรือ Japan Alps จากนั้นจึงกลับเข้าโตเกียว 1 วันไปเปลี่ยนบรรยากาศในเมืองบ้าง  
เพื่อความอินขั้นสุดเราก็ต้องไปดูภูเขาฟูจิใกล้ๆ ที่จังหวัด Yamanashi ที่ Kawaguchiko lake   "จบ. แพลนหลักๆ มีเท่านี้"
      
         อะไรจะสั้นขนาดนั้นใช่มั้ย? ไปเที่ยวตั้ง 6 วัน 5 คืน 3 เมือง งั้นเราไปต่อกันดีกว่า  555++ (ขออภัยในความเวินเว่อร์นิสนึง)
รีวิวขอเน้นรูปเพื่ออรรถรสที่ฟินๆ กันนะจ๊ะ  รูปก็จะมีทั้งใช้กล้อง Canon, iphone, Oppo เอารูปของทุกคนมารวมๆกัน  ยำๆ กันไป

     Day 1 DMK aiport – Narita Airport (Tokyo)
วันแรกบินยาวๆ กันไป 6 ชม. มนุษย์เงินเดือนพนักงานประจำอย่างเรา  เลิกงาน 5 โมงก็ดิ่งๆ เข้า กทม. ไปสนามบินดอนเมืองกันด่วนๆ ไปเล้ย
เราบินตี 2 พอมีเวลาเช็คอินเยอะหน่อย แต่แถวเที่ยวไปญี่ปุ่นมันก็ยาวมากนะเออ  ดังนั้นเผื่อเวลาไปเยอะ
      ภาพที่ไทยขอตัดข้ามไป ชุดไม่พร้อม พร๊อพไม่เป๊ะ รีบมาก หลงเกทจนไม่มีเวลาถ่ายรูปใดๆ ทั้งสิ้น T^T ยิ่งเป็นคนเอ๋อ 2018 ยิ่งไปคนเดี๋ยวยิ่งเอ๋อ เพื่อนยังลุ้นว่า ‘อินี่จะรอดมั้ย?’
    เมื่อได้ขึ้นเครื่องละก็นอนบนเครื่องไปให้อิ่มนะจ๊ะ ถึงก็ประมาณ 10 โมงเช้าเวลาท้องถิ่นที่ญี่ปุ่น  


    วุ่นวายกับตรวจคนเข้าเมืองและนั่ง NE’X เข้าเมืองก็ราวๆ เที่ยง  ไปหาอะไรอร่อยๆ กิน  ฟินมากเว่อร์  แล้วไปเดินเล่นที่ตลาด Ameyoko จากสถานี Nippori นั่งไปสถานีเดียวที่ Ueno st. แค่เดินเหงาๆ ดูของก็กินเวลาครึ่งบ่ายไปหมดแล้ว  และเราก็ไปล้มละลายที่ Uniqlo ค่ะคุ๊ณณณณ แพลนที่วางไว้ว่าจะไป Tokyo tower เอย Tokyo Metropolitan ไปย่าน Akihabara ไม่เหลือเลย  หมดกัน!! เพราะใช้เวลาทั้งบ่ายยันค่ำไปกับการสิงอยู่ในดง Uniqlo ><




เย็นๆ เราเข้า check in ที่พัก รอเพื่อนตอนเช้าของวันพรุ่งนี้
Hostel ที่เข้าพักคืนแรกคือ Hotel Owl Tokyo Nippori จองผ่าน Booking ทั้งหมดเลย  
ราคาน่ารัก พนักงานคุยดี  ห้องน้ำสะอาด เป็นระเบียบ  ไม่ไกลจากสถานี และมีคนเฝ้าเคาเตอร์ตลอดทั้งคืนเลย  ชอบๆ  
แต่มันคือ Hostel ก็จะมีความเป็นส่วนตัวน้อยหน่อย  ส่วนตัวไม่ซีเรียส เราชอบการทำความรู้จักคนใหม่ๆ จึงเลือกที่จะนอน Hostel เกือบทุกที่ที่ไป

ลืมถ่ายรูปหน้า Hostel T^T เศร้าา
ระหว่างรอเพื่อน  อากาศเริ่มเย็นลงเรื่อยๆ เราก็ต้องหาอะไรแก้หนาวจิบกันหน่อย กับบรรยากาศแสงสียามค่ำคืนของโตเกียว

     วันแรกก็จบไปแบบชิวที่สุดแล้วของการเดินทางไปคนเดียว Activity ก็จะไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่  ส่วนมากจะวุ่นวายกับการผ่าน ตม. (ที่คนเยอะ) กับการกรอกเอกสารออกนอกสนามบินเพื่อเข้าเมือง และการแลกตั๋ว JR east pass
   เราลืมบอกไป ทริปนี้เราเลือกใช้การเดินทางเป็นรถไฟเกือบทั้งหมด และออกต่างจังหวัด จึงเลือกซื้อตั๋วเป็นแบบไม่จำกัดเที่ยวของบริษัท JR (แบบ JR east pass) ผ่านอเจนซี่บริษัท Lost trip (อ่านรีวิวมาจากพันทิปนี่แหล่ะ แล้วก็โทรไปจองเลยจ้า) ไม่นาน 2 วันก็ได้ใบยืนยันไปแลกตั๋วที่โน่นเลย ก็สะดวกพอสมควรนะ และคุ้มสำหรับจะออกต่างจังหวัด (เพราะค่าตั๋วรถไฟไปต่างเมืองค่อนข้างแพง ทริปของเราจึงคุ้ม)
    
  เดี๋ยววันต่อๆ ไปจะมาอัพเดทอีกรอบน้า  วันนี้เราง่วงมากเลย  ไม่ไหวแล้ว….. นี่แหล่ะมนุษย์เงินเดือน  ทำงานเก็บตังค์ไปเที่ยว อิอิ
Good night Zzzzz..

ขอบคุณบทความ : Pantip Home